Mandelic acid 10% 4oz. (แมนเดลิค เอซิด)
สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวเนื่องจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ผลัดออกไปจากผิวเรา ซึ่งอาจทำให้อุดตันรูขุมขน และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องหาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เพื่อช่วยให้ร่างกายเราผลัดผิวเก่าออกไปทุกวัน
ให้ลองดูผิวของเด็กทั่วไปจะไม่มีปัญหาริ้วรอย สิว รอยหมองคล้ำ เนื่องจากว่าเซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออกไปเป็นประจำทุกวัน เมื่ออายุเรามากขึ้นเซลล์ผิวพวกนี้จะเกาะติดกันไม่ผลัดออก ทำให้เป็นสาเหตุให้เกิดสิว รอยหมองคล้ำตามมา
Mandelic acid หนึ่งใน AHA ที่ได้จาก Almonds ซึ่งเป็น AHA เกรดดีชนิดหนึ่ง ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น
AHA เริ่มใช้กันตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งช่วยให้สภาพผิวดีขึ้น ริ้วรอยลดลงแต่ปัญหาอย่างหนึ่งของ AHA ทั่วไปคือ ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถใช้ได้เพราะเหตุผลเรื่องการระคายเคือง โดยอาจจะนำพาให้ผิวดำขึ้น
แพทย์ได้นำ Mandelic acid เพื่อใช้ต้านเชื้อแบคทีเรียในร่างกายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว นั่นจึงได้ถูกนำมาใช้กับคนเป็นสิวหรือคนที่สิวขึ้นง่ายเพราะ Mandelic acid สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ โดยที่ช่วยให้รอยแผลแดง-ดำจากสิวหายเร็วขึ้นด้วย
:: หลักการทำงานของ Mandelic acid ::
Mandelic acid จะเข้าไปทำลายโปรตีนที่ตายแล้วและจับยึดอยู่บนผิวเรา คล้ายกับกาวซึ่งยึดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วเข้าไว้ด้วยกันให้หลุดออก เมื่อเซลล์ผิวเราไม่ถูกกาวเหล่านี้ยึดกันไว้ เซลล์ผิวก็จะถูกผลัดออกไปอย่างง่ายดาย ช่วยทำให้เผยผิวใหม่ ผลัดเซลล์ผิวเก่าเป็นประจำทุกวัน หลายคนที่ใช้จึงเห็นว่าผิวหน้าขาวใสขึ้น สิวและรอยสิวน้อยลง โดยที่่สามารถใช้เป็นประจำทุกวันไม่ทำให้เกิดอันตราย ระคายเคืองหรือแพ้แต่อย่างใด
:: เหมาะสำหรับ ::
+ คนที่ผิวหน้าหมองคล้ำ
+ ผู้ที่เป็นสิวอุดตัน
+ คนที่เป็นสิวอักเสบควรใช้คู่กับยาที่ได้จากหมอหรือร้านขายยา เพื่อให้ผลที่เร็วขึ้น
+ เหมาะกับคนที่ผิวมัน
วิธีใช้ : Mandelic Acid 10% serum
ใช้ ทาหลังล้างหน้าเป็นลำดับแรก วันละหนึ่งครั้งก่อนนอน โดยทาเพียงบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า (ใช้ครั้งละ 1-2 กด ต่อการทาทั่ว ทั้งหน้า) และหากต้องการทาครีมบำรุงหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่ม เติม ควรรอให้ mandelic แห้งก่อน (ทิ้งระยะห่างประมาณ 15 นาที) ช่วง สัปดาห์แรกของการใช้ อาจพบว่าผิวหน้าเป็นขุย ๆ เล็กน้อย ... ไม่ ต้องตกใจค่ะ เพราะเป็นปกติของการผลัดเซลล์ที่สะสมมานาน หลัง จากใช้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ อาการดังกล่าวจะหายไปค่ะ
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว หรือทำให้ผิวแดง ดังนั้นหากพบ ว่ามีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น กรุณาหยุดใช้และติดต่อกลับทันทีค่ะ
ควรใช้ปริมาณตามที่แนะนำ การใช้ปริมาณมากไป นอกจากไม่ช่วยให้ดีขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้ระคายเคืองได้ค่ะ
:: ความแตกต่างของ Mandelic Acid กับ Glycolic Acid ::
โมเลกุล Mandelic Acid :
+ มีค่าความคงตัวของเคมีที่เสถียร (pK 3.41) มากกว่า Glycolic Acid (pK 3.83) ที่ 25°C + มีขนาดใหญ่ (C8) กว่าโมเลกุลของ Glycolic Acid (C2) + มีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย + ถูกดูดซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าอย่างช้า ๆ และดูดซึมได้มากกว่า Glycolic Acid + ไม่รบกวนกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว + ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวและรอยดำ, การสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป + ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในกรณีของผู้ที่เป็นฝ้า, รอยแดง-ดำหลังการอักเสบ การสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไปและจุดด่างดำบนผิวหนัง + ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นแดง ซึ่งมักพบได้ในการใช้ Glycolic Acid 30-70% + การใช้ Mandelic Acid ในการผลัดเซลล์ผิวนั้น ไม่ก่อให้เกิดผื่นแดง, สะเก็ดผิว หรือผิวบวมพุพอง + ให้ผลปลอดภัยในผู้ที่มีผิวคล้ำ เมื่อเทียบกับการใช้ Glycolic Acid และ Tretinoin
:: ทำไมการใช้ Mandelic Acid เพื่อรักษาผิวจึงเป็นที่น่าสนใจ ::
<< Methenamin นั้นไม่เป็นพิษ >>
+ หากกลืนกินเข้าไป จะถูกดูดซึมและขับออกทางปัสสาวะ + ใช้ปฏิกิริยาย่อยสลายโดยใช้น้ำ ระดับการฆ่าเชื้อแบคทีเรียจาก methenamin จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปถึง pH 5.0-5.5
Mandelic Acid นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่ให้ผลดีและมีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ แต่ให้ผลในการแทรกซึมสู่ผิวได้เท่าๆกับ Glycolic Acid
+ ช่วยป้องกันการอักเสบ และการระคายเคืองที่มักพบว่าเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม AHAs
:: Mandelic Acid (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้น 30% และ 45%) ::
+ ช่วยเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวให้กลับสู่สภาพปกติ + ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน + ช่วยฟื้นฟูไฟเบอร์อิลาสตินในชั้นหนังแท้ + ให้ชีวิตใหม่กับผิวบอบบางแพ้ง่าย
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั้นเป็น สาเหตุแรกของปัญหาการสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป ทำให้ผิวคล้ำขึ้น ในผู้ที่มีผิวคล้ำ ไม่ว่าจะเกิดจากการตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมกำเนิด หรือการรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงหมดประจำเดือน
กระบวนการก่อตัว ของเม็ดสีผิวนั้นเริ่มขึ้นที่เซลล์ผิวชั้นลึก ที่ที่พันธุกรรมสร้างเอนไซม์ที่ชื่อว่า Tyrosinase หลังจากนั้น เคมีก็จะเริ่มตกลง Tyrosinase ก็จะเปลี่ยน Tyrosine ให้เป็น dopa ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น dopaquinone (ตัวชักนำให้เกิดการสังเคราะห์ melanin) และ dopaquinone ก็จะสร้างทั้งเม็ดสีน้ำตาล-ดำ ที่เรียกว่า eumelanin หรือ สีเหลือง-แดง ที่เรียกว่า pheomelani เม็ดสีเมลานินทั้งสองชนิดนี้เกิดขึ้นเป็นส่วนเล็ก ๆ ภายในโครงสร้างที่เรียกว่า melanosomes ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าที่อยู่ด้านบนสุด
การสังเกตการณ์แสดงให้เห็นว่า การใช้ Mandelic Acid เพื่อการดูแลผิวนั้น จะช่วยปรับสภาพผิวที่มีการผลิตเม็ดสีมากเกินไป และเราเริ่มที่จะใช้ Mandelic Acid ในการรักษาฝ้า กลไกการออกฤทธิ์ในการลดการสร้างเม็ดสีนั้นยังไม่แน่ชัดนัก แต่สันนิษฐานว่าจะไปรบกวนการทำงานของ tyrosinase ซึ่งคล้ายกันกับ Ascorbic Acid
ภาพจากการวิจัยของ Theresa A. Scholz, M.D, MBA และ Mark B. Taylor, M.D.
มหาวิทยาลัย Utah คณะแพทย์ผิวหนัง
 |
ภาพของผู้ใช้ Photoderm 2 เดือนและ Mandelic Acid อีก 2 เดือน |
 |
1 เดือนหลังจากใช้ Mandelic Acid |
 |
1 เดือนหลังจากใช้ Mandelic Acid |
 |
หลังการใช้ Mandelic Acid 1 เดือน ร่วมกับ Hydroquinone2% |

|